ดูดวง

 

โปรโมชั่น ดูดวงอนาคต 15 เดือน

ทำนายฝัน

คำทำนายฝันแบบหวย ก ข และตัวเลข

ลักษณะความฝันที่จะนำไปทำนายเป็นหวยของคนจะมี 2 อย่าง แต่ละคนต้องสังเกตุเอาเองว่า ตนเองเป็นคนฝันแบบไหน ส่วนมากถ้าฝันแบบหวย ก ข ก็จะฝันเป็นหวย ก ข ตลอดชีวิต แต่ถ้าฝันแบบตัวเลข ก็จะฝันแบบตัวเลขไปตลอดชีวิต

1. ความฝันเป็นตัวเลขและต้องสังเกตุด้วยว่าจะต้องมีการเพิ่มหรือลดตัวเลขลง โดยทั่วไป ผู้ชายฝันจะต้องเพิ่มขึ้น 1 แต่ผู้หญิงฝันจะต้องลดลง 1 เช่น ฝันเกี่ยวกับเลข 47 ถ้าเป็นผู้ชายฝันต้องซื้อเลข 48 แต่ถ้าเป็นผู้หญิงฝันต้องซื้อเลข 46
ต้องสังเกตุตัวเองด้วย บางคนต้องเพิ่มหรือลดลง 2 หรือ 3 แทนที่จะเป็น 1 ก็มี

2 ความฝันอีกแบบหนึ่งจะเป็นแบบหวย ก ข โดยใช้การออกเสียงเช่น ไก่ออกไข่ ก็คือเลข 131 สังเกตุว่าอักษรตัวไหนออกเสียงให้นำมาแปลเป็นเลข ตามตารางข้างล่างนี้

1 ก ฌ ฝ ห
2 ข ญ พ ฬ
3 ฃ ด ฟ อ
4 ค ต ภ ฮ
5 ฅ ถ ม
6 ฆ ท ย ธ ง
7 จ น ร ลาภ
8 ฉ บ ล ผล
9 ช ป ว พูน
0 ซ ผ ส ทวี
จาก : Fortune Stars  
อีเมล : ไอพี : 202.122.130.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 1 จาก : Fortune Stars
เมื่อถูกรางวัล อย่าลืมทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำไปให้ผู้ที่มาบอกหวยด้วย
วันเวลา : 2011-01-05 01:44:58 ไอพี : 202.122.130.xxx

ลบ


ความคิดเห็นที่ 2 จาก : Fortune Stars
หวย มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ว่า น. การพนันอย่างหนึ่ง เดิมใช้ออกเป็นตัวหนังสือ, (ปาก) สลากกินแบ่ง

หวย แต่เดิมนั้นมิใช่เป็นกิจกรรมที่คนไทยคิดขึ้นเอง จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจีนระบุว่า การพนันทายตัวเลขหรือตัวหนังสือนี้มีขึ้นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าเตากวาง แห่งราชวงศ์ไต้เช็ง ประมาณ พ.ศ. ๒๓๖๔ ๒๓๙๔ การพนันทายตัวเลขหรือตัวหนังสือของจีน เรียกว่า ฮวยหวย แปลว่า ชุมนุมดอกไม้ เหตุที่มีความหมายเช่นนี้ เพราะในชั้นแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นชื่อคนโบราณ โดยทำป้ายเล็ก ๆ จำนวน ๓๔ ป้าย เขียนชื่อคนโบราณเป็นภาษาจีนลงป้ายละชื่อ เช่น สามหวย ง่วยโป๊ ฯลฯ แล้วเจ้ามือจะเลือกป้ายชื่อคนเหล่านั้นหนึ่งอันใส่ในกระบอกไม้ ปิดปากกระบอกแขวนไว้กับหลังคาโรงหวย ให้คนทายว่าจะเป็นชื่อผู้ใดใน ๓๔ ชื่อนั้น ต่อมาได้เพิ่มชื่อขึ้นอีก ๒ ชื่อ รวมเป็นตัวหวย ๓๖ ตัว

เมื่อหวยมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน แล้วหวยเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้อย่างไรเป็นคำถามที่น่าสนใจไม่น้อย กล่าวกันว่าหวยเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับชาวจีนอพยพกลุ่มหนึ่งในราว พ.ศ. ๒๓๖๐ ในระยะแรกๆ นิยมเล่นกันในหมู่ชาวจีนอพยพเท่านั้น จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๗๔ ๒๓๗๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดข้าวยากหมากแพง เพราะปีหนึ่งน้ำมากแต่อีกปีหนึ่งเกิดฝนแล้ง จึงทำให้ข้าวขาดตลาดและมีราคาแพง เงินตราที่หมุนเวียนก็หดหายไป

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเข้าพระทัยว่า คงเป็นเพราะมีผู้นำเงินตราไปซื้อฝิ่นมาเก็บไว้ขาย พระองค์จึงโปรดให้เอาฝิ่นมาเผาเสียมาก แต่เงินก็ยังคงหายไปจากตลาดอยู่ ช่วงนั้นเอง เจ้าสัวผู้หนึ่งซึ่งเป็นนายอากรสุราชื่อว่า จีนหง ได้เข้าเฝ้ากราบทูลว่า การที่เงินหายไปนั้นเพราะราษฎรนำไปใส่ไหฝังดินไว้ ถ้าจะเรียกเงินขึ้นมา ต้องออกหวยให้คนเล่นเหมือนเมืองจีน รัชกาลที่ ๓ ทรงเห็นพ้องกับความคิดของเจ้าสัวจีนหง จึงโปรดให้ จีนหง ออกหวยขึ้นครั้งแรก เมื่อเดือนยี่ปีมะแม พ.ศ. ๒๓๗๘ ดังนั้น เจ้าสัวจีนหง นอกจากจะเป็นนายอากรสุราแล้ว ยังเป็นนายอากรหวย มีตำแหน่งเป็นขุนบาล หารายได้ให้รัฐบาลอีกด้านหนึ่งด้วย

ในช่วงแรก การออกหวยตามแนวคิดของเจ้าสัวจีนหง จะออกหวยวันละครั้งในตอนเช้า วิธีการออกหวยให้คนไทยเล่น ได้ปรับเปลี่ยนจากแผ่นป้ายรูปคนและเขียนชื่อชาวจีนและอักษรจีนมาเป็นอักษรไทย แล้วตามด้วยชื่อคนโบราณจีนที่เขียนด้วยตัวอักษรไทย เช่น ก. สามหวย ข. ง่วยโป๊ เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะคนไทยอ่านหนังสือจีนไม่ออก อักษรไทยที่ใช้เริ่มจาก ก ข ฃ ค ฅ เรื่อยไปตามลำดับ อักษรไทยที่ใช้เขียนออกหวยมี ๓๔ ตัว ตัดอักษรทิ้ง ๘ ตัว คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ ษ ด้วยเหตุที่เขียนอักษรไทยในแผ่นป้ายนี่เองจึงเป็นที่มาของหวย ก. ข.

ในเรื่องการแทงหวย คนไทยมักโยงความฝันของตนแล้วตีออกมาเป็นเลขหวย ในสมัยที่ยังเล่นหวย ก. ข. นั้นหากแทงหวยอักษร ก. มักจะมีคำกลอนกำกับไว้ว่า

เจ้าหัวฉอกสามแฉกเป็นเส้นฉาก หนวดที่ปากแดงจ้าหน้าออกผี

ชื่อสามหวยสวยนักเป็นจักรี นางชะนีมาเกิดกำเนิดนาม

ฉะนั้นเมื่อฝันเห็นชะนี ฝันเห็นคนสวยหรือคนมีหนวด ก็มักจะแทงตัว ก. สามหวย

เรื่องความฝันกับการตีออกมาเป็นเลขหวยนี้มีปรากฏในวรรณกรรมเรื่องสี่แผ่นดิน ของพลตรีหม่อมราชวงศ์ศึกฤทธิ์ ปราโมช ตอนหนึ่งที่ตัวละครคือ นางพิศ ผู้เป็นบ่าวของแม่พลอย พูดโต้ตอบกับคุณเชยผู้เป็นพี่สาวร่วมบิดาเดียวกันกับแม่พลอย โดยมีช้อยร่วมวงสนทนาอยู่ด้วยว่า

เมื่อคืนพิศฝัน ดี๊ดี เห็นนกกระยางบินมาตั้งฝูง วันนี้ต้องแทงหวยให้เต็มภิกขาทีเดียว

แทงตัวอะไรพิศ ช้อยถามอย่างสนใจ

แทง ป. กังสือซีคุณช้อย นางพิศตอบอย่างแน่ใจ

ไฮ้ ! ฝันเห็นนกกระยางทำไมไปแทง ป. กังสือล่ะพิศ คุณเชยซัก

ก็นกกระยางมันกินปลานี่เจ้าค่า นางพิศตอบอย่างปราศจากสงสัย

ปลาก็ ป. กัง สือ ซี เ จ้ า ค่ า

จะเห็นได้ว่าอักษร ป. กังสือที่ยกมากล่าวนี้เป็นอักษรตัวที่ ๑๙ ในแผ่นป้ายอักษรไทยสมัยนั้น ข้อมูลจากวรรณกรรมจึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า คนไทยในสมัยนั้นนิยมเล่นหวยกันมาก

ในวงการหวย ก. ข. ผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกันกับหวย ก. ข. คือเจ้ามือหวย ซึ่งมีราชทินนามว่า ขุนบาลเบิกบุรีรัตน์ ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า ขุนบาล หรือ ขุนบาลหวย ขุนบาลจะเป็นผู้รับกินรับใช้เพราะเป็น เจ้ามือ

วิธีเล่นหวย ก. ข. นั้นไม่ยุ่งยาก ผู้แทงหวยจะต้องไปซื้อหวยจากเสมียนที่ตั้งขายอยู่ตามมุมถนนต่างๆ เมื่อซื้อแล้วเสมียนจะออกใบเสร็จรับเงินของโรงหวย โดยมีข้อความเกี่ยวกับตัวอักษรหรือ ตัวเลขที่แทง วันเดือนปี และเวลาที่ออกหวย จำนวนเงินที่แทง รวมทั้งรางวัลที่จะได้รับ โดยข้อความเหล่านี้จะเขียนเหมือนกันทั้งต้นขั้วและปลายขั้ว เรียกว่า โพย ผู้ซื้อถือปลายขั้วไว้ ผู้ขายจะนำต้นขั้วมาส่งให้ขุนบาลก่อนกำหนดออก เพื่อตรวจโพยก่อนว่าตัวไหนใครแทงมากน้อยเท่าใด ออกแล้วจะขาดทุนหรือกำไรเท่าใด จากนั้นจึงนำตัวหวยที่คิดแล้วนี้ใส่ถุงชักรอกแขวนให้ประชาชนดูว่า หวยออกตัวนี้ ผู้แทงถูกจะได้รางวัล ๓๐ ต่อรวมทั้งทุน ส่วนเสมียนก็ชักเปอร์เซ็นต์ ๑ ต่อ

ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โรงหวยตั้งอยู่ใกล้สะพานหัน แล้วย้ายมาอยู่ที่หน้าวังบูรพาภิรมย์แต่เดิมออกหวยตอนเช้าวันละครั้ง ต่อมาพระศรีวิโรจน์ได้กราบทูลขอตั้งขึ้นอีก ๑ โรง อยู่ที่บางลำพู ออกหวยตอนหัวค่ำ วันละครั้ง ในสมัยนั้นจึงมีหวย ๒ โรง เรียกว่า โรงเช้าและโรงค่ำ

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ มีผู้ขอผูกอากรหวยออกไปตั้งที่เพชรบุรีและอยุธยา แต่เล่นอยู่ไม่นาน พระองค์จึงโปรดให้เลิกหวยทั้งสองแห่งเสีย เนื่องจากทรงเห็นว่าราษฎรยากจนลงกว่าเดิม

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชดำริจะเลิกอากรหวย แต่ก็ทรงเกรงว่าจะหารายได้แผ่นดินมาชดเชยไม่ทัน จึงเพียงแต่ผ่อนลดบ่อนเบี้ยให้มีน้อยลงตามลำดับ พอมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงยกเลิกอากรหวย ก. ข. อย่างเด็ดขาด เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙

อย่างไรก็ตามในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้น ได้มีชาวอังกฤษแนะนำให้รัฐบาลไทยออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อหารายได้บำรุงการกุศล คำว่า สลาก นี้ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Lottery คนไทยจึงรู้จักคำว่าล็อตเตอรีตั้งแต่นั้นมา ระยะเวลาช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ รัฐบาลได้ออกสลากกินแบ่งเป็นครั้งคราว เพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐ ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๒ ผู้นำรัฐบาลไทยขณะนั้น คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ก่อตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อออกสลากเดือนละครั้ง ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มเป็นเดือนละ ๒ ครั้ง และช่วยจัดทำสลากกินแบ่งเพื่อการกุศลตามแต่จะมีมติอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี

เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๘ สลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากการกุศลถูกรวมเข้าด้วยกันออกด้วยกันเดือนละ ๒ ครั้ง รายได้สุทธิที่ได้รับถูกจัดสรรให้แก่หน่วยงานต่างๆ ตามจุดประสงค์ของการออกสลาก นอกจากนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คนไทยหันมาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยข้อความที่ว่า วันนี้ ส่วนหนึ่งของการออกรางวัลทุกวงล้อที่หมุน คือ คุณภาพชีวิตที่คืนสู่สังคมไทย และภาพโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์เป็นภาพคนพิการ เด็กด้อยโอกาส และคนชรา การประชาสัมพันธ์เชิญชวนเช่นนี้จึงมีอิทธิพลโน้มน้าวใจให้คนไทยผู้มีจิตกุศลได้ช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
วันเวลา : 2011-01-05 06:51:55 ไอพี : 124.121.25.xxx

ลบ


ความคิดเห็นที่ 3 จาก : Fortune Stars
ประวัติของหวย ก.ข. (หวยโบราณ)
เรื่องของหวย ซึ่งอยากจะเรียกว่าเป็นต้นตระกูลของล๊อตเตอรี หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน ตั้งต้นจากประเทศจีนมาก่อน คือราว พ.ศ.๒๓๖๔- ๒๓๗๘ เรียกว่า ฮวยหวย เกิดขึ้นมาไม่นาน ก็แพร่หลายเข้ามาเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อราว พ.ศ.๒๓๗๘ จากพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ทราบว่า เหตุที่หวยแพร่หลายเข้ามาในไทยก็เพราะ เมื่อปี๒๓๗๕ ข้าวขาดแคลน มีราคาแพงมาก ทำให้ต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศเข้ามา แต่คนไม่มีเงินต้องมารับจ้างทำงาน โดยคิดเอาข้าวเป็นค่าจ้าง เจ้าภาษีนายอากรก็ไม่มีเงินจะส่ง ต้องเอาสินค้ามาใช้ค่าเงินหลวงแทน

รัชกาลที่สามทรงมีพระราชดำริว่าเงินหายไปหมดสงสัยว่าจะเอาไปซื้อฝิ่นเก็บตุนไว้ จึงทรงสั่งให้เผาฝิ่นเสียให้หมด แต่ตัวเงินก็ยังไม่มีในตลาด จีนหง พระศรีไชยบาน จึงกราบทูลว่า เงินที่หายไปนั้นส่วนใหญ่ก็เพราะราษฎรเอาไปฝังดินไว้เป็นจำนวนมาก ไม่ยอมใช้จ่าย ถ้าเป็นอย่างนี้ที่เมืองจีน แก้ปัญหาโดยการตั้งหวย จึงโปรดเกล้าฯให้จีนหงตั้งหวยขึ้นมา วิธีการเล่นหวยในจีนนั้นเขาทำแผ่นป้ายเล็กๆ ๓๔ ป้าย เขียนชื่อคนโบราณที่มีชื่อเสียง ลงไปป้ายละชื่อ เช่น สามหวย ง่วยโป๊ เป็นต้น ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้คงใส่ชื่อ เติ้งเสี่ยวผิง โกวเล้ง หรือเผลอๆอาจมี เต้าหมิงซื่อ จ่ายไจ๋ อะไรทำนองนี้ เมื่อจะออกหวย เจ้ามือจะเลือกป้ายขึ้นมาอันหนึ่งหรือชื่อหนึ่ง ใส่ลงในกระบอกไม้ปิดปากไว้ แล้วแขวนไว้กับหลังคาโรงหวย นักแทงทั้งหลายก็จะทายกันว่างวดนี้จะออกชื่อใครใน ๓๔ ป้ายนั้น ถ้าทายถูกเจ้ามือจ่าย ๓๐ ต่อ ถ้าทายผิด เจ้ามือก็กินเดิมพัน ต่อมามีผู้คิดเพิ่มเติมตัวหวยขึ้นอีกสองตัว รวมเป็น ๓๖ ตัว แต่จ่าย ๓๐ ต่อเหมือนเดิม

เพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆ และชัดเจน ตามโรงหวยในจีนเขาจึงมีการทำฉากไว้รอบๆโรงหวย เขียนเครื่องหมายกำกับไว้ให้รู้จักสามแบบ คือ เขียนรูปภาพคน ซึ่งสมมุติขึ้นเป็นตัวหวยอย่างหนึ่ง เขียนหนังสือจีนกำกับบอกรูปภาพตัวหวยอีกอย่างหนึ่ง และ เขียนรูปสัตว์ซึ่งสมมุติว่าเป็นชาติก่อนของตัวหวย (คิดได้ไงเนี่ย?) กำกับไว้ให้สังเกตอีกอย่างหนึ่ง ทีนี้เมื่อเอาหวยมาเล่นในเมืองไทย คนไทยอ่านหนังสือจีนไม่ออก พูดจีนก็ไม่ได้ เจ้าสัวหงก็เลยคิดเอาตัวอักษรไทยเข้ากำกับแทนหนังสือจีน อักษรไทยมี ๔๔ ตัว ใช้เป็นตัวหวยเสีย ๓๖ ตัว เหลือที่ไม่ได้เอามาใช้ ๘ ตัว คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ และ ษ จึงเรียกกันว่า หวย ก ข ต่อมาก็มีเรื่องมีราวกัน (ซึ่งจะขอข้ามในรายละเอียดไปบ้างด้วยเกรงว่าจะยาวเกินไป) จนสุดท้ายตัดลงเหลือ ๓๔ ตัว คือตัดตัวหวยที่เกิดเรื่องออกสองตัว คือ ง.จีเกา กับ ธ.ไท้เผงออก

เจ้าหวย ก ข นี่ ถือเป็นรายได้ของรัฐบาลอย่างหนึ่ง มีการประมูลกันทุกปี ใครให้ค่าอากรสูงสุดคนนั้นก็ได้ (สัมปทาน)ไป เรียกว่าเป็น นายอากรหวย ได้บรรดาศักดิ์เป็นขุนบานเบิกบุรีรัตน์ ( บางแห่งบอกว่าขุนพัฒน์ ) เป็นบรรดาศักดิ์รายปี คือ ปีไหนประมูลไม่ได้ บรรดาศักดิ์นี้ก็หลุดไปด้วย
ตอนที่เริ่มมีหวยกันใหม่ๆในสมัยรัชกาลที่ ๓ ค่าอากรหวยปีละ ๒ หมื่นบาท ถึงรัชกาลที่ ๔ ขึ้นไปเป็นปีละ ๒ แสนบาท มาขึ้นสูงที่สุดในสมัยรัชกาลที่หก ปี๒๔๕๔ ค่าอากรหวยปีนั้น เป็นเงิน ๓,๘๔๙,๖๐๐ บาท และในปีสุดท้ายเมื่อจะเลิกหวย ก.ข. เงินอากรหวยถึงปีละ ๓,๔๒๐,๐๐๐บาท

ค่าเงินสมัยนั้น ไม่มีค่าของเงินแบบตรงๆปี มีแต่ปีที่ใกล้เคียง ให้พอมองเห็นภาพว่าอากรหวยมหาศาลแค่ไหน คือ ข้าราชการชั้นผู้น้อยในสมัยรัชกาลที่ ๕ เงินเดือนๆละ ๒๐-๓๐บาท ซึ่งพอใช้สบายๆทั้งเดือน และมีเหลือเก็บได้ด้วย
จากหนังสือวชิรญาน ตอน ๑ เล่ม ๔ มกราคม ร.ศ.๑๑๓ ( พ.ศ. ๒๔๓๗ ) เล่าถึงรายได้ของเจ๊กลากรถและคนแจวเรือจ้างว่า ได้อย่างสูงวันละราว ๕ สลึงถึง ๖ สลึง อย่างต่ำ สลึงถึงสองสลึง โดยมีรายจ่ายคือ ค่าช่ารถลาก กลางวันและกลางคืน กะละ ๑ เฟื้อง ค่ากินสามมื้อ ๑ เฟื้อง ค่าเช่าห้องอยู่รวมกับเพื่อน คนละสลึงต่อเดือน เบ็ดเสร็จก็พอมีเหลือสิ้นเดือนบ้าง คนแจวเรือจ้าง ได้เงินวันละ หนึ่งบาทห้าสลึง ค่าเช่าเรือค่าท่าวันละสองเฟื้อง อย่างต่ำก็ได้เดือนละ ๑๐ บาท อย่างสูง ๑๔-๑๕บาท
ส่วนราคาสินค้าในช่วงต้นรัชกาลที่ ๕ คือราวปี ๒๔๑๗ ประมาณค่าข้าวสารถังละ สองสลึง ปี๒๔๗๗ ข้าวสารอย่างดีถังละ ๗๕ สตางค์ ธรรมดา ๕๐ สตางค์ ข้าวแกงราคา ๑-๒ สตางค์)

บรรยากาศการเล่นหวย
เมื่อเริ่มแรกนั้นโรงหวยอยู่ใกล้ๆสะพานหัน ออกหวยตอนเช้าวันละครั้ง ต่อมามีผู้ขอตั้งโรงหวยอีกแห่งหนึ่งที่บางลำพู ออกหวยวันละครั้งเหมือนกัน แต่เป็นเวลาค่ำ หวยจึงมีสองโรง ออกเช้าที ค่ำที ต่อมาพวกโรงหวยภาคค่ำ ทำงานไม่เรียบร้อยเลยยุบไปรวมกันที่สะพานหัน แต่ก็ยังออกวันละสองเวลาเหมือนเดิม และคนก็ยังเรียกหวยโรงเช้าหวยโรงค่ำอยู่ดังเก่าจะข้ามวิธีการแทงหวยไปที่เงินเดิมพันในแต่ละวันเลยดีกว่า มีหลักฐานว่าหวยโรงเช้าเคยได้วันละ ๓๐,๐๐๐บาท หวยโรงค่ำราว ๑๐,๐๐๐บาท รวมกันก็ตกราววันละสี่หมื่นบาท ถ้าเป็นวันตรุษจีน เดิมพันจะมาขึ้นถึงราว๖๐,๐๐๐บาท วันออกพรรษาคือ ๑๔ และ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ จะขึ้นถึงวันละ๑๒๐,๐๐๐บาท ถึง ๑๔๐,๐๐๐บาท ( ดูเอา วันทางศาสนากับอบายมุขเกี่ยวกันมั้ยเนี่ย )

เจ้าหวยก ข นี่เล่นกันอยู่ถึง ๘๑ ปี มายกเลิกในสมัยรัชกาลที่หก เมื่อปี ๒๔๕๙ เป็นการพนันที่ทั้งคนจนคนรวยต่างเสมอภาคในการลุ่มหลง หมกมุ่นกันถ้วนหน้า มีเงินทองเท่าไหร่ก็ไหลลงกระบอกไม้ไผ่ป้ายหวยกันหมด พร้อมใจกันจนลงเรื่อยๆ รัฐบาลเองก็เห็นผลร้ายที่ว่า พยายามเลิกอยู่หลายรัชกาล แต่ไม่สำเร็จได้ง่ายๆ เพราะเป็นอากรรายได้สำคัญอย่างหนึ่ง ( เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่มั้ง ) ถ้าจะยกเลิกก็ต้องหารายได้อย่างอื่นมาชดเชย ความดำรินี้จึงรีรอเรื่อยมา

เรื่องของความบ้าหวย ( ซึ่งยังเป็นมรดกสืบทอดมาจนปัจจุบัน ) มีถึงขนาดที่ว่ายามหลับก็ฝัน แล้วเอาตีเป็นหวย ยามตื่นเห็นอะไร ก็ตีเป็นหวยอีกเช่นกัน เรียกว่าการทำมาหากินตามปกติเป็นงานอดิเรก แต่การตีหวยนี่เป็นอาชีพหลัก ขะมักเขม้นเจริญภาวนาเรื่องหวยกันทั้งยามหลับยามตื่น อย่างว่า เมื่อมีปริศนาจากการฝัน หรืออะไรก็ได้ยามตื่น ก็ย่อมต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่จะตีความ จึงเกิดเจ้าพ่อเจ้าแม่เกจิอาจารย์ใบ้ห้วย ตีความทำนายฝัน ทายนิมิตกันแพร่หลาย ผิดมั่งถูกมั่ง ก็มันมีแต่ ๓๔ ตัวก็ต้องมีถูกบ้างนั่นแหละ แต่ที่สำคัญคือ ถ้าคนแทงหวยแทงผิด แทนที่จะไปเฉ่งอาจารย์ใบ้หวย กลับโทษตัวเองซะนี่ว่าตีความหมายอันลึกซึ้งของอาจารย์ผิดไปเอง เวรแท้ๆ สมัยนั้นคนดีๆที่ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้บางทีก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย อย่างเช่นพระสงฆ์ที่มีคนนับถือกันมากๆ ถ้าทำอะไรผิดแผกไปบ้าง ก็จะมีคนเข้าใจว่าท่านใบ้หวยเป็นทานไปเสียอีก มีเรื่องเล่าว่าเคยมีพระราชาคณะองค์หนึ่ง แต่งวัดรับกฐินเสด็จฯ เอาตุ๊กตารูปช้างมาตั้งรายกำแพงแก้ว พวกที่ไปกฐินวันนั้น จึงพากันเอาไปแทงหวย และดันถูกเสียอีก

อีกครั้งหนึ่งพระครูซึ่งเป็นที่เลื่อมใสในทางวิปัสสนาธุระ พวกนักเลงหวยไปพูดจาเลียบๆเคียงๆท่าน ท่านก็สนทนาโดยซื่อ ไม่ทราบว่าเขาขอหวย หลังจากตีความประสานักเลงหวยกันแล้วก็ไปแทง ดันถูก คราวนี้เลยร่ำลือกันไปใหญ่ ผู้คนแห่แหนกันมาขอหวย ท่านพระครูจะพูดอะไร จะจับอะไร ก็เอาไปตีเป็นหวยกันหมด ตอนหลังท่านทราบก็ขัดใจ ใครมาทำนองนี้ท่านก็ไล่ไปจากกุฎิ คนโดนไล่ก็ดันอุตริคิดว่าเป็นปริศนาธรรมใบ้หวยว่า ล.ฬ.เสียอีก ก็เลยไม่เลิกรากัน ในที่สุดพระครูฉวยเอาพลองจะขู่ให้กลัว ก็ยังคิดว่าท่านใบ้หวย ตัวผ.พ.ภ สุดท้ายท่านจึงปิดกุฏิลั่นดาลไม่รับแขก พวกลูกศิษย์ต้องออกโรงห้ามปรามและขอร้องประชาชนชาวหวยนั่นแหละ จึงได้เลิกรากันไป

อ่านดูแล้วเรื่องพวกนี้ยังไม่เก่าซักเท่าไหร่เลย สมัยนี้ก็ยังพบเห็นกันได้อยู่ การพนันกับการขาดสติ มันของคู่กันอยู่แล้ว ตาดีก็เหมือนตาบอด มองอะไรไม่เห็นนอกจากกระบอกไม่ไผ่ ๓๔ อัน ผู้ที่มีแนวคิดเรื่องหวยบนดิน บ่อนคาสิโนก็พิจารณาเอาแล้วกัน ประวัติศาสตร์จำลองภาพให้เห็นแล้ว ว่าผลพวงมันตามมาอย่างไรบ้าง ถ้าเอาไปทายอนาคต รับรองว่าแม่นดั่งจับวาง และเชื่อเถอะว่ามาตรการทางกฏหมายอะไรก็ป้องกันความละโมภของคนไม่ได้ นักพนัน เจ้าของบ่อนนี่แหละ หัวครีเอทีฟของแท้ คนปกติตามทันยาก สวัสดี.

ปฏิบถ เขียนและเรียบเรียง
พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อมูล : หนังสือ พระราชประเพณีและประเพณีชาวบ้าน โดย ประยุทธ สิทธิพันธ์

วันเวลา : 2011-01-05 07:01:06 ไอพี : 124.121.25.xxx

ลบ


ความคิดเห็นที่ 4 จาก : Fortune Stars
การนำพยัญชนะไปกำกับตัวหวย เรียกกันว่า "หวย ก ข" ทำให้พยัญชนะภาษาไทยมีคำกำกับหวย ดังนี้

ก สามหวย
ข ง่วยโป๊
ฃ เจียมขวย
ค เม่งจู
ฅ ฮะตั๋ง
ฆ ยี่ซัว
ง จีเกา
จ หลวงชี
ฉ ขายหมู
ช ฮกชุน
ซ แชหงวน
ฌ ฮวยกัว
ญ ย่องเซ็ง
ด กวงเหม็ง
ต เรือจ้าง
ถ พันกุ้ย
ท เซี่ยงเจียว
ธ ไท้เผ็ง
น เทียนสิน
บ แจหลี
ป กังสือ
ผ เอียวหลี
ฝ ง่วนกุ่ย
พ กิ๊ดปิ๊น
ฟ เกากัว
ภ คุณซัว
ม หุนหัน
ย ฮ่องชุน
ร กิมเง็ก
ล เทียนเหลียง
ว แชหุน
ส ฮะไฮ้
ห หม้งหลิม
ฬ ง่วนกิ้ด
อ บ้วนกิม
ฮ เจี๊ยะสูน
วันเวลา : 2011-01-05 07:37:47 ไอพี : 124.121.25.xxx

ลบ


ความคิดเห็นที่ 5 จาก : Fortune Stars
คำกลอนหวย ก ข อีกอันหนึ่ง

ก สามหวย


ก เจ้าสวมหมวกสามแฉกเป็นเส้นฉาก

หนวดที่ปากแดงจ้าหน้าเป็นสี

ชื่อสามหวยสวยนักเป็นจักรี

นางชะนีมาเกิดกำเนิดนาม




ข ง่วยโป๊


ข ง่วยโป๊นั้นกำเนิดเกิดเป็นเต่า

แต่เข้าเฝ้าเช้าเย็นไม่เห็นฉัน

อดอาหารได้จริงไม่ยิงฟัน

ถือพระจันทร์ชูไว้มิได้วาง




ฃ เจียมขวย


ฃ เจียมขวยเป็นปลานั้นมาเกิด

พักตร์สวยเลิศคิ้วคางก็คมสัน

ต้องเข้าเฝ้าเช้าเย็นเป็นนิรันดร์

เป็นเขยขวัญท่านไท้เผ็งทรงเมตตา

** เป็นลูกเขยตัว ธ




ค เม่งจู


ค เม่งจูปลาตะเพียนนั้นมาเกิด

บอกสำคัญว่าชาติเก่งเป็นฮูหยิน

มีลูกอ่อนนอนเห็นว่าเล่นจริง

ไม่ประวิงรักบุตรเป็นสุดใจ




ค ฮะตั๋ง


ค สองแม่ค้าหอยแครงค่อฮะตั๋ง

ดูเนื้อหนังพักตร์นวลอ้วนหนักหนา

ปากก็หวานตั้งร้านขายสุรา

อยากขึ้นมาก็รินกินเอาเอง




ฆ ยี่ซัว


ฆ หลวงจีนเฆาะยี่ซัวนั้นตัวกั่น

กำเนิดนั้นเป็นไก่อยู่ไพรกว้าง

คอยคุ้ยเขี่ยหากินไปตามทาง

ก๊กต่างๆ สั่นหัวกลัวเต็มที




ง จีเกา


ง จีเกาคนเก่งนักเลงเก่า

ทหารเจ้า ธ ไท้เผ็งเก่งหนักหนา

ขี่สิงโตออกชื่อคนลือชา

มีฤทธาคนอ่อนน้อมยอมเกรงกลัว




จ หลวงชี


จ หลวงชีเดิมทีเป็นแมวป่า

สิ้นชีวาขาดใจไปเป็นผี

มาเกิดเป็นอันสือชื่อแม่ชี

เที่ยวราวีตามตลาดบิณฑบาตเอย




ฉ ขายหมู


ฉ ขายหมูแมวลายตายมาเกิด

แสนประเสริฐวิชาค้าขายหมู

ครั้นใกล้รุ่งมันก็เรียกกันเพรียกพรู

ให้จับหมูฆ่าขายกระจายไป




ช ฮกชุน


ช่อ ฮกชุนเป็นสกุลสุนัขขา

ปีนขึ้นเขาหายาไปปะเสือ

ไม่ทันหลบเสือขบลงเป็นเบือ

เลยเป็นเหยื่อพยัคฆ์ร้ายจนวายปราณ




ซ แชหงวน


ซ แชหงวนนั้นเกิดกำเนิดไก่

มาแต่ไพรแมลงมุมนั่งสุมหัว

กางเกงขาดยุงกัดมันหวาดกลัว

คอยซ่อนตัวสุมควันป้องกันภัย




ฌ ฮวยกัว


พักตร์ขาวขำสำอางขุนนางเจ๊ก

เจ้าหนุ่มเด็กฮวยกัวหัวเป็นขอ

กำเนิดนั้นเป็นไก่ฟ้าพญาลอ

ดูลออน่าเชยชมคมสันเอย




ญ ย่องเซ็ง


ญ ย่องเซ็งเดิมกำเนิดเกิดเป็นห่าน

มันดื้อด้านเมื่อเล็กหลานเจ๊กเส็ง

ครั้นเติบใหญ่ไวว่องชื่อย่องเซ็ง

ท่านไท้เผ็งโปรดปรานประทานยศ




ด กวงเหม็ง


เจ้าม้าหมอกสีมัวตั้วนั้นเก่ง

ชื่อกวงเหม็งหมอดูเป็นครูโหร

ด้วยรู้ชัดจัดเจนไม่เอนโอน

ช่างทายโดนไท้เผ็งว่าเก่งจริง




ต เรือจ้าง


ต เรือจ้างนั้นเกิดกำเนิดหนู

ไม่อยู่รูถ่อเรือจนเหงื่อไหล

มีคนจ้างรับข้ามยังค่ำไป

พอเลี้ยงกายเลี้ยงตัวไม่มัวมอม




ถ พันกุ้ย


ถ พันกุ้ยนั้นเกิดกำเนิดสังข์

ชาติมังกรไม่สุภาพช่างหยาบจัง

สองมือนั้นถือช่อไม่ขจายจร

มีเมียน้อยกลอยสวาททั้งสองคือ

ชื่อเม่งจูและกิ๊มเง็กดวงสมร

มีบุตรสุดที่รักร่วมอุทร

ทั้งสองนามกรต่างกัน

ย่องเซ็งนั้นเป็นผู้พี่

ฮกซุนน้องนี้คนขยัน

ทั้งสองร่วมเรียงเคียงกัน

อยู่สุขทุกข์นิรันดร์วันคืน

** ได้ตัว ค ร เป็นเมียน้อย มีลูกคือตัว ญ ช




ท เซี่ยงเจียว


ท เซี่ยงเจียวเดิมทีนกนางแอ่น

ดูอ้อนแอ้นเอวกลมสมทหาร

ขึ้นขี่ม้าถือทวนกระบวนงาม

ทหารยามตามเกี้ยวออกเพรียวพรู




ธ ไท้เผ็ง


เจ้ามังกรไท้เผ็งเก่งฉกาจ

คนขยาดออกชื่อลือหนักหนา

เป็นเจ้าเมืองเรืองฤทธิ์อิศรา

ชาวประชายอมตัวกลัวฤทธี


น เทียนสิน


หลวงจีนตัวลือชื่อเทียนสิน

ท่าดีดดิ้นหนุ่มน้อยน่าพิสมัย

เมื่อชาติก่อนเป็นปูชอบอยู่ไพร

ไม่พอใจอยู่บ้านรำคาญเมีย


บ แจหลี


หลวงพี่ขรัวแจหลีตะพาบน้ำ

ซักประคำเสกคาถาจนตาเหลือง

ต่อเมื่อใดหิวข้าวจึงเข้าเมือง

นามประเทืองหลวงพี่แจหลีเอย




ป กังสือ


เจ้ามังกรมีเขาเขาเล่าลือ

ชื่อกังสือบางครูว่างูหงอน

บ้างก็ว่าหอยสังข์กลายมังกร

เมื่อชาติก่อนเป็นไฮ้เล่งอ๋องเอย




ผ เอียวหลี


ผ เอียวหลีผีช้างนั้นมาเกิด

เดินเถิดๆ หาเหยื่อนกตกฉลาม

มันกินเหล้าแต่ละทีถึงสี่ชาม

เมาซุ่มซ่ามโงกหงับแล้วหลับไป




ฝ ง่วนกุ่ย


ฝ ง่วนกุ่ยนั้นกำเนิดเกิดเป็นลิง

บางคนอิงว่าเป็นกุ้งดูยุ่งเหยิง

เล่นละครเป็นลิงวิ่งกระเจิง

เที่ยวเซอะเซิงซุ่มซ่ามไปตามกรรม




พ กิ๊ดปิ๊น


พ กิ๊ดปิ๊นนั้นเกิดกำเนิดแกะ

เที่ยวจูงแพะเดินซุ่มซ่ามตามถนน

เที่ยวงอนง้อขอร้องใส่ท้องตน

ด้วยความจนซัดเซพเนจร




ฟ เกากัว


ขุนนางคนนี้เสียจริต

เก็งไม่ผิด ฟ เกากัวของเจ๊กเส็ง

เป็นแซ่เดียวพวกไหหลำอยู่สำเพ็ง

แต่เบาเต็งสักนิดจิตแปรปรวน




ภ คุณซัว


เภาะคุณซัวเสือโคร่งนั้นมาเกิด

เอากำเนิดเป็นทหารกะบาลใส

ทั้งเพลงทวนขวานกระบองก็ว่องไว

เคยมีชัยทุกนัดแสนจัดเจน




ม หันหุน


ม หันหุนกำเนิดควายตายมาเกิด

แสนประเสริฐชาติทหารชาญชัยศรี

พวกข้าศึกก็ไม่กล้ามาราวี

แม่ทัพดีของไท้เผ็งเก่งสุดใจ




ย ฮ่องชุน


เจ้านกยูงเกิดมาเป็นฮ่องชุน

มีทั้งบุญทั้งสามารถฉลาดเฉลียว

เป็นขุนนางจอหงวนเหมือนพ่อเจียว

เป็นแซ่เดียวเกี่ยวข้องกับย่องเซ็ง




ร กิมเง็ก


นางผีเสื้อนั้นหรือชื่อกิมเง็ก

น้องคนเล็กร่วมไส้ท่านไท้เผ็ง

แต่อารมณ์หล่อนสมัครรักสำเพ็ง

เจ้าย่องเซ็งเป็นบุตรสุดที่รัก

** เป็นน้องสาวของตัว ธ และเป็นแม่ของตัว ญ





ล เทียนเหลียง


หลวงจีนหนุ่มร่างน้อยกลอยสวาท

กำเนิดชาติเป็นปลาไหลอยู่ไพรสัณฑ์

พนมมือถือพรตพรหมจรรย์

ถือสัตย์มั่นภาวนาทุกราตรี




ว แชหุน


หลวงจีนวอแชหุนนกกระสา

บางคนว่าเป็นกวางดงยังสงสัย

ถือกั้นหยั่นหรือแส้มาแต่ไกล

สำรวมใจไว้ให้ดีมีปัญญา




ส ฮะไฮ้


เจ้ากบใหญ่มีชื่อคือฮะไฮ้

เป็นลูกชายสามหวยสวยสดศรี

มันเกิดก่อนเกากัวลูกหัวปี

ถึงได้ดีเป็นขุนนางแต่ปางบรรพ์


** เป็นลูกชายของตัว ก และเป็นพี่ชายของตัว ฟ




ห หม้งหลิม


ห้อหม้งหลิมแซ่ปึงเป็นผึ้งปลวก

นั่งสวมหมวกเหมาะเหม็งกางเกงสั้น

ความยากจนข้นแค้นแสนเอาการ

ต้องตัดฟืนเผาถ่านการหากิน




ฬ ง่วนกิ้ด


ฬ ง่วนกิ๊ดเนื้อทรายตายมาเกิด

เป็นกำเนิดง่วนกิ๊ดคิดไฉน

หน้าแข้งโปปุปะคละคลุ้งไป

ทำบ้าใบ้ขอทานเป็นการบุญ




อ บ้วนกิม


ชาติงูดินสิ้นใจไปบังเกิด

แสนดีเลิศทรัพย์มากปากก็หวาน

ชื่อบ้วนกิมเศรษฐีมีบริวาร

คิดแต่การค้าขายหมายร่ำรวย




ฮ เจี๊ยะสูน


ฮ เจี๊ยะสูนหมูป่านั้นมาเกิด

รูปสวยเลิศเป็นเจ้าชู้เกี้ยวผู้หญิง

กิริยาแยบคายละม้ายลิง

ทำสุงสิงเกี้ยวสาวพวกชาววัง

วันเวลา : 2011-01-05 09:01:39 ไอพี : 124.121.2.xxx

ลบ