1 เมตรเฉียดตาย: เมื่อโหราศาสตร์เตือนภัย ก่อนปลายกระบอกอ้อยจะพุ่งทะลุร่าง
บันทึกเหตุการณ์จริง 16 มกราคม 2530
ในชีวิตของคนเรา เส้นแบ่งระหว่าง "ความเป็น" กับ "ความตาย" บางครั้งมันบางเบาจนน่าใจหาย และสำหรับผม เหตุการณ์เมื่อกว่า 30 ปีก่อน คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า "ดวงดาวไม่เคยโกหกใคร"
ย้อนกลับไปในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ลมหนาวของเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2530 ยังคงพัดเอื่อยๆ สร้างบรรยากาศให้ชวนพักผ่อน คุณพ่อของผมวางแผนทริปใหญ่เพื่อครอบครัว ท่านจองตั๋วเรือสำราญเพื่อล่องจากจังหวัดชัยนาท ขึ้นไปสู่เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เป็นทริป 3 วัน 2 คืน (16-18 มกราคม) ที่ท่านตั้งใจออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อให้ลูกหลานทั้ง 8 ชีวิต ได้ไปมีความสุขร่วมกัน แต่ทริปที่แสนสุขนั้น กลับซ่อน "รหัสอันตราย" ที่มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้
เมื่อดวงชะตาประกาศ "คำสั่งห้าม"
ก่อนการเดินทางประมาณ 1 เดือน ตามวิสัยของนักโหราศาสตร์ ผมได้คำนวณดวงชะตาของตนเองอย่างละเอียด และสิ่งที่ปรากฏขึ้นในกระดานดวงไม่ใช่เรื่องน่ายินดี ดาวมรณะทำมุมสัมพันธ์ร้ายแรง บ่งบอกถึง "ฆาต" หรือเคราะห์หนักที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุและการเดินทาง โดยเฉพาะทางน้ำและพื้นที่ใกล้น้ำ
หัวใจผมกระตุกวาบ... ไม่ใช่แค่กลัว แต่คือความตระหนักรู้ ผมรีบผูกดวงของสมาชิกทุกคนที่จะร่วมเดินทาง ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ภรรยา ลูกชายวัย 3 ขวบครึ่ง และน้องชายอีก 3 คน ผลลัพธ์คือ "ทุกคนปลอดภัย" ดวงชะตาของพวกเขาสดใสและเปิดกว้างสำหรับการท่องเที่ยว มีเพียง "ผมคนเดียว" ที่ดวงชะตาปิดตายสำหรับการเดินทางครั้งนี้
การตัดสินใจที่ฝืนความรู้สึก
เมื่อวันเดินทางใกล้เข้ามา เสียงชักชวนแกมเว้าวอนจากครอบครัวก็ดังขึ้นเรื่อยๆ "ไปเถอะ น่าสนุกออก พ่ออุตส่าห์เลี้ยงนะ" หรือ "ขาดไปคนเดียวมันจะไม่สนุกนะ"
ผมต้องกัดฟันปฏิเสธอย่างแข็งขัน โดยที่บอกเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ เพราะหากบอกว่า "ดวงผมบอกว่าจะมีอุบัติเหตุร้ายแรง" บรรยากาศแห่งความสุขคงพังทลาย และอาจทำให้ทุกคนพาลหมดสนุกหรือไม่กล้าไปกันหมด ทั้งที่ดวงของพวกเขาไปได้ ผมจึงเลือกที่จะให้ภรรยาพาลูกชายไปแทน ส่วนผมนั่งเฝ้าบ้านด้วยความระทึกใจ
วินาทีชี้ชะตา ณ อ่างทอง
กลางดึกของคืนวันที่ 16 มกราคม 2530 คณะเดินทางขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ท่าเรือชัยนาท ตำแหน่งที่นั่งถูกจองไว้ล่วงหน้า... ที่นั่งแถวหน้าสุด ด้านซ้ายมือ คือที่ของผม หากผมเดินทางไปด้วย
ระหว่างที่รถทัวร์กำลังแล่นผ่านจังหวัดอ่างทอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รถทัวร์พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกอ้อยอย่างจัง!
เสียงกระจกหน้ารถแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ลำอ้อยจำนวนมากที่ยื่นออกมาจากท้ายรถบรรทุก พุ่งทะลุกระจกหน้าเข้ามาในตัวรถราวกับหอกมรณะ ปลายแหลมของลำอ้อยเหล่านั้น พุ่งเข้ามาจ่อหยุดอยู่ที่เบาะนั่งแถวหน้าซ้าย... ห่างจากพนักพิงเพียง 1 เมตร!
วินาทีนี้น ผมขนลุกซู่เมื่อได้รับรู้ข่าว หากผมใจอ่อนยอมเดินทางไปในวันนั้น ร่างกายของผมคงกลายเป็นเป้ารับลำอ้อยเหล่านั้นเต็มๆ และคงไม่มีโอกาสได้มานั่งเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
ปาฏิหาริย์และความไร้เดียงสา
เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แม้สภาพหน้ารถจะพังยับเยิน และมีวัตถุอันตรายพุ่งเข้ามาในรถ แต่ผู้โดยสารทุกคน รวมถึงคนขับ ปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง
รถทัวร์คันนั้นยังคงประคองตัวแล่นต่อไปได้ทั้งที่กระจกแตก และท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ใหญ่ เสียงเล็กๆ ของลูกชายผมวัย 3 ขวบครึ่งที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"จะกินอ้อยๆๆ"
คำพูดไร้เดียงสาของเด็กที่เห็นอ้อยกองอยู่ตรงหน้า เปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดให้กลายเป็นเสียงหัวเราะลั่นรถ เหมือนเป็นการบอกว่าเคราะห์ร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว
บทสรุป: วิชาที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้
เหตุการณ์วันนั้นย้ำเตือนผมเสมอว่า วิชาโหราศาสตร์ไม่ใช่เรื่องงมงาย และไม่ใช่เรื่องของการคาดเดาสุ่มๆ แต่มันคือ "ศาสตร์แห่งการคำนวณและการบริหารความเสี่ยง"
ถ้าผมดูดวงไม่ละเอียด หรือไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอที่จะแยกแยะ "เกณฑ์ฆาต" ของตัวเองออกจากดวงของคนอื่น ผมคงพาตัวเองไปสู่จุดจบ หรือไม่ก็อาจจะห้ามไม่ให้ใครไปเลยจนเสียโอกาสดีๆ ของครอบครัว การเป็นโหร ไม่ใช่แค่การทายทักว่าจะรวยหรือจน แต่คือการเป็น "เข็มทิศชีวิต" ที่ช่วยเตือนภัยในยามมืดมิด และช่วยให้คุณก้าวเดินต่อไปได้อย่างปลอดภัยที่สุด
ผมรอดมาได้ เพราะผมเชื่อในดวงดาว และผมใช้วิชานี้ปกป้องชีวิตตัวเองและคนที่ผมรักครับ
อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ นำชีวิตคุณไปสู่ความเสี่ยง
ตรวจสอบดวงชะตาของคุณวันนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
» ตรวจสอบดวงชะตากับ อ.วรุตม์ คลิกที่นี่ «