สหรัฐอเมริกา: โหราศาสตร์เบื้องหลังทำเนียบขาว วิกฤตเศรษฐกิจ และสงครามเย็น
แม้สหรัฐอเมริกาจะได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ โหราศาสตร์โลก (Mundane Astrology) กลับมีบทบาทอย่างลับๆ ในการช่วยตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ และนี่คือ 2 บุคคลสำคัญที่ใช้ดวงดาวขับเคลื่อนมหาอำนาจของโลก
อีแวนเจลีน อดัมส์ (Evangeline Adams): ตลาดหุ้นพังทลายและเงาของสงครามโลก
อีแวนเจลีน อดัมส์ คือโหราจารย์หญิงระดับซูเปอร์สตาร์คนแรกของอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ลูกค้าของเธอคือชนชั้นนำและมหาเศรษฐีระดับประเทศ รวมถึง เจ.พี. มอร์แกน (J.P. Morgan) นายธนาคารผู้ทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งมอร์แกนเคยกล่าวประโยคคลาสสิกที่วงการโหราศาสตร์จดจำไว้ว่า "เศรษฐีเงินล้านไม่ใช้โหราศาสตร์หรอก แต่เศรษฐีพันล้านน่ะใช้" (Millionaires don't use Astrology, billionaires do.)
- ดวงเมือง Sibly Chart: อดัมส์เป็นผู้บุกเบิกการใช้ "ดวงเมืองสหรัฐฯ" ที่เรียกว่า Sibly Chart (ผูกดวงจากวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 เวลาประมาณ 17:10 น. ลัคนาราศีธนู) ในการพยากรณ์ความเป็นไปของประเทศ
- วิกฤตเศรษฐกิจ (Wall Street Crash 1929): ก่อนหน้าปี 1929 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเฟื่องฟูอย่างหนัก (Roaring Twenties) แต่อดัมส์ได้คำนวณการโคจรของดาวมฤตยู (Uranus) ที่ทำมุมเล็งกับดวงเมือง และออกมาเตือนถึง "ความผันผวนอย่างรุนแรงและหายนะทางเศรษฐกิจ" ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพังทลาย นำไปสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก (Great Depression)
- คำทำนายสงครามโลกครั้งที่ 2: ไม่เพียงแค่เรื่องเศรษฐกิจ เธอยังได้พยากรณ์ล่วงหน้าในช่วงต้นปี 1930 ว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องถูกดึงเข้าสู่สงครามครั้งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (จากอิทธิพลของดาวพลูโตจร) ซึ่งคำทำนายนี้ก็เป็นจริงเมื่ออเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1941
โจน ควิกลีย์ (Joan Quigley): ฤกษ์ยามบนโต๊ะเจรจายุติสงครามเย็น
เหตุการณ์ลอบสังหาร ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) ในปี 1981 ทำให้ แนนซี เรแกน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อสวัสดิภาพของสามีเป็นอย่างมาก เธอจึงหันหน้าพึ่งพา โจน ควิกลีย์ (Joan Quigley) โหราจารย์ส่วนตัว และทำให้ควิกลีย์กลายเป็น "ผู้ควบคุมเวลา" ของทำเนียบขาวอย่างลับๆ อยู่นานถึง 7 ปี!
- ปฏิทินสีแห่งทำเนียบขาว: ควิกลีย์จะใช้ระบบ "รหัสสี" ในปฏิทินของประธานาธิบดี สีเขียวคือ "วันดี", สีแดงคือ "วันอันตรายห้ามทำกิจกรรมสำคัญ", และสีเหลืองคือ "วันปกติ" ทุกเที่ยวบินของแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ตารางการแถลงข่าว หรือแม้แต่เวลาผ่าตัดมะเร็งของเรแกน ล้วนต้องผ่านการเคาะ "ฤกษ์" (Electional Astrology) จากควิกลีย์ทั้งสิ้น
- การเจรจายุติสงครามเย็น: ผลงานที่เปลี่ยนโลกที่สุดของควิกลีย์ คือการกำหนดจังหวะเวลาในการทูตระหว่าง โรนัลด์ เรแกน และ มิฮาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ผู้นำสหภาพโซเวียต
- ฤกษ์จรดปากกาสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์: ในการประชุมสุดยอดที่วอชิงตัน (Washington Summit 1987) ควิกลีย์คำนวณฤกษ์ยามอย่างละเอียดลออว่า เรแกน และ กอร์บาชอฟ "ต้องจรดปากกาลงนามในสนธิสัญญากำลังรบนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF Treaty) ในเวลา 13:45 น. ตรงเป๊ะ" เพราะเป็นเวลาที่ดวงดาวเอื้ออำนวยต่อสันติภาพระยะยาวมากที่สุด และผลลัพธ์ก็คือ สนธิสัญญานั้นสำเร็จลุล่วง กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การสิ้นสุดของสงครามเย็นในที่สุด
บทสรุป: เรื่องราวของโหราศาสตร์ในทำเนียบขาวถูกเปิดเผยออกมาในภายหลังโดยอดีตเสนาธิการทำเนียบขาว ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้กับสาธารณชนอเมริกันเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อถึงจุดที่ผู้นำต้องแบกรับการตัดสินใจที่ชี้เป็นชี้ตายมวลมนุษยชาติ ศาสตร์แห่งดวงดาวก็คือ "ที่พึ่งพิงทางจิตใจและยุทธศาสตร์" ที่ทรงพลังที่สุด