ตั้งชื่อ

การตั้งชื่อตามหลักโหราศาสตร์ ผมใช้วิธีผูกดวงขึ้นมาดูก่อน จากนั้นเลือกอักษร ไปตั้งชื่อ "เพื่อแก้ไข ดวงชะตา ให้ดีขึ้น"

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรุณาอ่านหน้านี้ให้จบ

ผมอยากให้ทุกท่าน "ทดลองดูดวง ไประยะหนึ่งก่อน" เมื่อเห็นความแม่นยำ และไว้ใจกันแล้ว จึงค่อยมาตั้งชื่อ หรือเปลี่ยนชื่อ

ติดต่อไลน์ไอดี Line goldroof
แชท วรุตม์ ไวทยกุล
โทร. 093-6969-888 และ 081-862-6168
อีเมล: contact@fortunestars.com

ดาวดูดวง อ.วรุตม์ ประสบการณ์กว่า 40 ปี การันตีความแม่น

เว็บไซต์ได้รับ เครื่องหมายรับรอง DBD จาก กระทรวงพาณิชย์

DBD Register

** การตั้งชื่อ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ **

ตั้งชื่อ

ตั้งชื่อ เปลี่ยนชื่อ ค่าครู 300 บาท

ผมตั้งชื่อตามเคล็ดลับของสำนัก และตำราโบราณ ซึ่งถูกต้องตามหลักวิชาโหราศาสตร์อย่างแท้จริง

โดยผูกดวงดูก่อน เพื่อเลือกองค์เทวดาที่จะมาช่วยคุ้มครองให้ถูกต้อง และคัดเลือกทุกอักษรที่ประกอบเป็นชื่อ

ผมจะคำนวณหาอักษรที่ดี และที่ห้ามใช้ ให้คุณทราบ พร้อมกับตั้งชื่อให้ด้วย 2-3 ชื่อ หรือคุณจะคิดหาชื่อที่ชอบ เมื่อได้ชื่อที่ต้องการแล้วแจ้งมา ให้ผมตรวจสอบความถูกต้อง วิธีนี้คุณจะได้ชื่อที่ดีและถูกใจ

การเปลี่ยนนามสกุล ไม่เกี่ยวกับการแก้ดวงชะตา ถึงแม้จะมีอักษรกาลกิณี ก็ไม่ต้องเปลี่ยน เนื่องจากนามสกุล จะบอกตระกูล หรือสกุล เพื่อแสดงที่มาของบุคคลนั้น ว่ามาจากครอบครัวไหน ตระกูลใด ประวัติความเป็นมาอย่างไร

ถ้ามีความกังวลให้ใช้วิธีแก้ง่ายๆ โดยหลีกเลี่ยงลายเซ็นนามสกุลในเอกสารต่างๆ ให้เซ็นแต่เพียงชื่อเท่านั้น

การเปลี่ยนนามสกุลกันเยอะๆ คงวุ่นวายทั้งเมือง เพราะญาติใกล้ชิดอาจแต่งงานกัน ทำให้เด็กที่เกิดมาไม่แข็งแรง

ยกตัวอย่าง ในประเทศจีนบางเมืองมีแซ่เดียวกันทั้งเมือง หรือประเทศเกาหลีคุณจะพบว่ามีแค่ 3 ตระกูลใหญ่คือ Park, Kim และ Lee ตระกูลอื่นของเกาหลีเป็นตระกูลเล็กๆ

การเปลี่ยนนามสกุล ควรมีเหตุผลที่จําเป็นเท่านั้นเช่น นามสกุลเดิมไม่ไพเราะ หรือไม่เหมาะสม อีกกรณีคือเป็นคนต่างชาติ และได้สัญชาติไทย

คติแต่โบราณ สำหรับการตั้งชื่อ ตามหลักโหราศาสตร์คือ ท่านกำหนดให้มนุษย์ที่เกิดมาบนโลกนี้ อยู่ภายใต้อำนาจของเทวดา 8 องค์ มีชื่อตามอัฐเคราะห์ดังนี้คือ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ และพระราหู

มนุษย์ทุกคนจะเข้าไปเป็นบริวารของเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ตามอักษรตัวแรกที่กำหนดเป็นชื่อ โดยอักษรดังกล่าวดูได้จากปูมทักษา จากนั้น เทวดาทั้ง 8 องค์ จะทำหน้าที่กำหนดชะตาดีหรือร้ายของบุคคล ตามการโคจรของอัฐเคราะห์

การตั้งชื่อคือ การเลือกไปเป็นบริวารของเทวดาองค์ที่ถูกโฉลกกัน เพื่อรับความคุ้มครองจากท่าน

การเปลี่ยนชื่อก็คือ การเปลี่ยนเทวดาที่เราจะขอเข้าไปเป็นบริวารของท่าน เพื่อแก้ไขดวงชะตา

วิธีตั้งชื่อเพื่อเสริมดวงชะตา

ก่อนอื่นต้องใช้ วันเดือน ปี เวลาเกิด และจังหวัดที่เกิด เพื่อผูกดวงชะตาขึ้นมา จากนั้นหาวิธีแก้ดวง เช่น แก้กาลกิณีตามปูมทักษาวันเกิด ที่อยู่ในดวงชะตา และวิธีการอื่นๆ ที่ผมเรียนมาจาก ท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ซึ่งไม่ขอเปิดเผยในที่นี้

จากนั้นกําหนดกลุ่มตัวอักษรจากปูมทักษา

มีหลักเพิ่มเติมอีกว่าชื่อของ พระอริยะ เทวดา พระพรหม นางฟ้า เทพเจ้า หรือหัวใจคาถา ต่างๆ จะไม่นิยมมาตั้งเป็นชื่อ เพราะถือว่าเป็นชื่อเฉพาะที่ต้องห้ามมาตั้งชื่อมนุษย์ ใช้ได้เฉพาะตัวของท่านเพื่ออธิษฐาน หรือระลึกถึงความดีของท่านเท่านั้น เราจะไปตีตนเสมอท่านไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้เข้าใจ คล้ายกับว่าชื่อนั้น ถูกจดลิขสิทธิ์เอาไว้แล้ว

คนที่เกิดช่วงเช้าทุกวัน และช่วงค่ำของวันพุธ ต้องระวังตั้งชื่อผิด เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าพระอาทิตย์ขึ้น 6 โมงเช้า และตกในเวลา 6 โมงเย็น แต่ความเป็นจริง ในแต่ละวันจะไม่เท่ากันเลย ตัวอย่างเช่น ในฤดูหนาวกลางวันมี 11 ชั่วโมง และกลางคืนมี 13 ชั่วโมง เราจะสังเกตเห็นว่า "มืดค่ำเร็ว และสว่างช้าในตอนเช้า" ตรงกันข้ามกับในฤดูร้อนที่มีกลางวัน 13 ชั่วโมง และกลางคืนมี 11 ชั่วโมง อันทำให้ "มืดค่ำช้า และสว่างเร็วในตอนเช้า"

ยิ่งในต่างประเทศเช่น นอร์เวย์จะมีกลางวัน 6 เดือน และกลางคืน 6 เดือน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้การตั้งชื่อผิดนั้น มีเป็นจำนวนมาก ที่เกิดจากการคำนวณผิดพลาด เพราะการตั้งชื่อนั้นใช้วันทางจันทรคติ

การตั้งชื่อโดยใช้เลขศาสตร์ เป็นการนําเอาวิธีการที่เพิ่งเข้ามาเผยแพร่จากต่างประเทศ เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ ในตําราตั้งชื่อของไทยโบราณไม่มีใช้มาก่อน โดยมีการกําหนดค่าของตัวเลข ซึ่งอ้างอิงให้ตรงกับอักษร แล้วนําผลรวมที่ได้มาตีความ

ซึ่งเลขศาสตร์นี้ผมศึกษามาทั้งแบบ ไทย จีน ฝรั่ง

สิ่งที่ต้องระวังคือ เลขทุกตัวมีความหมายสองด้านเสมอ ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี ขึ้นกับบุคคลผู้เป็นเจ้าของดวงชะตา ดังนั้นการตั้งชื่อต้องมีการผูกดวงชะตาขึ้นอย่างถูกต้องก่อน

หลักการเลขศาสตร์นี้คิดค้นเพิ่มเติมจากโหราศาสตร์ ดังนั้นก่อนใช้ต้องตรวจสอบ ไม่ให้ขัดแย้งกับหลักการตั้งชื่อทางโหราศาสตร์ เพราะในทางโหราศาสตร์มีกฎเกณฑ์และ ข้อยกเว้นมากมาย

ตัวอย่างเช่น เลข 34 ทุกตําราบอกไม่ดี แต่ในทางโหราศาสตร์ ถ้าในดวงชะตามีโยคเกณฑ์ที่ดีของ 34 เขาอาจจะเป็นวิศวกร นักคิด นักคํานวณ มีความขยันขันแข็ง สติปัญญาดี สามารถทํางานได้ทั้งแบบที่ต้องใช้กําลังและสมอง เพื่อให้บรรลุความสําเร็จ เป็นคนพูดตรงไปตรงมา วิจารณ์เรื่องต่างๆ ได้อย่างหลักแหลมถูกต้อง เป็นที่ยําเกรงของคนทั่วไป

ในทางกลับกันถ้าในดวงชะตามีโยคเกณฑ์ไม่ดีของ 34 ผลจะออกมาไม่ดี ดังนี้เป็นต้น

หากท่านยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ ขอให้ทดลองเอาชื่อสกุล ของคนที่ท่านรู้จักเป็นส่วนตัว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และล่วงลับไปแล้ว ไปเช็กดูหลายๆ คน และวิเคราะห์ด้วยความตรงไปตรงมา จากนั้นท่านจะทราบคำตอบว่า "เลขตัวเดียวกัน บางคนดี บางคนไม่ดี" ทั้งนี้เพราะมันขึ้นกับดวงชะตาแต่ละคน ว่าเลขตัวนั้นให้คุณ หรือให้โทษนั่นเอง

อย่าใช้คนที่มีชื่อเสียงในสังคมไปเช็ก เพราะในความเป็นจริง อาจมีการสร้างภาพ


ความหมายของปูมทักษา

บริวาร หมายถึงมีบารมี มีผู้รับใช้ มีผู้คอยช่วยเหลือ

อายุ หมายถึง อายุขัย

เดช หมายถึง อํานาจ อิทธิพล

ศรี หมายถึง สิ่งที่เป็นสิริมงคล

มูล หมายถึง ทรัพย์สมบัติ มรดก

อุตสาหะ หมายถึง มีความขยันหมั่นเพียรพยายาม เพื่อให้บรรลุความสําเร็จ

มนตรี หมายถึง ผู้อุปการะ ผู้อุปถัมภ์ ผู้ให้คําปรึกษา

กาลกิณี หมายถึง สิ่งที่เป็นอัปมงคล เป็นเสนียดจัญไร สิ่งไม่ดีที่นําความทุกข์มาให้


ภูมิพยากรณ์ในแต่ละวันเป็นดังนี้

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ มี อาทิตย์เป็นบริวาร จันทร์เป็นอายุ อังคารเป็นเดช พุธเป็นศรี เสาร์เป็นมูล พฤหัสเป็นอุตสาหะ ราหูเป็นมนตรี ศุกร์เป็นกาลกิณี(ศ ษ ส ห ฬ อํ)

ผู้ที่เกิดวันจันทร์ มี จันทร์เป็นบริวาร อังคารเป็นอายุ พุธเป็นเดช เสาร์เป็นศรี พฤหัสเป็นมูล ราหูเป็นอุตสาหะ ศุกร์เป็นมนตรี อาทิตย์เป็นกาลกิณี(อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ)

ผู้ที่เกิดวันอังคาร มี อังคารเป็นบริวาร พุธเป็นอายุ เสาร์เป็นเดช พฤหัสเป็นศรี ราหูเป็นมูล ศุกร์เป็นอุตสาหะ อาทิตย์เป็นมนตรี จันทร์เป็นกาลกิณี(ก ข ค ฆ ง)

ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน มี พุธเป็นบริวาร เสาร์เป็นอายุ พฤหัสเป็นเดช ราหูเป็นศรี ศุกร์เป็นมูล อาทิตย์เป็นอุตสาหะ จันทร์เป็นมนตรี อังคารเป็นกาลกิณี(จ ฉ ช ซ ฌ ญ)

ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน(ราหู) มี ราหูเป็นบริวาร ศุกร์เป็นอายุ อาทิตย์เป็นเดช จันทร์เป็นศรี อังคารเป็นมูล พุธเป็นอุตสาหะ เสาร์เป็นมนตรี พฤหัสเป็นกาลกิณี(บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม)

ผู้ที่เกิดวันพฤหัส มี พฤหัสเป็นบริวาร ราหูเป็นอายุ ศุกร์เป็นเดช อาทิตย์เป็นศรี จันทร์เป็นมูล อังคารเป็นอุตสาหะ พุธเป็นมนตรี เสาร์เป็นกาลกิณี(ด ต ถ ท ธ น)

ผู้ที่เกิดวันศุกร์ มี ศุกร์เป็นบริวาร อาทิตย์เป็นอายุ จันทร์เป็นเดช อังคารเป็นศรี พุธเป็นมูล เสาร์เป็นอุตสาหะ พฤหัสเป็นมนตรี ราหูเป็นกาลกิณี(ย ร ล ว)

ผู้ที่เกิดวันเสาร์ มี เสาร์เป็นบริวาร พฤหัสเป็นอายุ ราหูเป็นเดช ศุกร์เป็นศรี อาทิตย์เป็นมูล จันทร์เป็นอุตสาหะ อังคารเป็นมนตรี พุธเป็นกาลกิณี(ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ)

อักษรที่ประจําปูมทักษามีดังนี้

อาทิตย์ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ

จันทร์ ก ข ค ฆ ง

อังคาร จ ฉ ช ซ ฌ ญ

พุธ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

เสาร์ ด ต ถ ท ธ น

พฤหัส บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม

ราหู ย ร ล ว

ศุกร์ ศ ษ ส ห ฬ อํ


เรียงลําดับพี่น้องที่เกิดตามกันมาในเพศเดียวกัน เช่นมีพี่น้อง 5 คน และเป็นบุตรคนที่ 4 แต่ก่อนหน้านี้ มีพี่สาว 2 คน เมื่อนับเรียงเฉพาะเพศชายก็จะได้ว่าเป็น บุตรชายลําดับที่สองเป็นต้น จะเปรียบเหมือนคล้ายกับคนเกิดวันจันทร์ด้วย เพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพระจันทร์

ในการเรียงลําดับที่เกิดตามเพศให้จัดเรียงดังนี้

ลําดับที่ 1 เปรียบเหมือนเกิดวันอาทิตย์

ลําดับที่ 2 เปรียบเหมือนเกิดวันจันทร์

ลําดับที่ 3 เปรียบเหมือนเกิดวันอังคาร

ลําดับที่ 4 เปรียบเหมือนเกิดวันพุธกลางวัน

ลําดับที่ 5 เปรียบเหมือนเกิดวันพฤหัส

ลําดับที่ 6 เปรียบเหมือนเกิดวันศุกร์

ลําดับที่ 7 เปรียบเหมือนเกิดวันเสาร์

ลําดับที่ 8 เปรียบเหมือนเกิดวันพุธกลางคืน

หากครบ 8 แล้วให้วนไปตั้งต้นที่ 1 ใหม่


จากนี้ไปจะอาศัยกฎเกณฑ์เช่น

1. พิจารณาดาวให้คุณให้โทษจากดวงชะตา เพื่อกําหนดอักษรที่จะแก้ไขดวงชะตา หรืออักษรที่จะใช้เสริมดวงชะตา

2. สําหรับผู้ชาย และดวงชะตาธรรมดาทั่วไป ให้ใช้อักษรที่เป็น เดช หรือ บริวาร ตามวันเกิดขึ้นต้น และต้องออกเสียงด้วย

3. ส่วนผู้หญิง และดวงชะตาธรรมดาทั่วไป ให้ใช้อักษรที่เป็น ศรี หรือ บริวาร ตามวันเกิดขึ้นต้น และต้องออกเสียงด้วย

4. ให้งดเว้นอักษรที่เป็น กาลกิณี มาใส่ไว้ในชื่อโดยเด็ดขาด

5. ยังมีกฎเกณฑ์อื่นๆ อีกมากสําหรับแก้ดวงชะตา ที่ไม่สามารถกล่าวได้หมดในที่นี้


สําหรับค่าตัวเลขทางเลขศาสตร์ที่ใช้เทียบกับอักษร ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ มีดังนี้

เลข 1 ก ด ถ ท ภ า ฤ ฤๅ สระอำ สระอุ ไม้เอก

เลข 2 ข ช ง บ ป สระเอ สระอู สระแอ ไม้โท

เลข 3 ฆ ต ฑ ฒ ไม้จัตวา

เลข 4 ค ธ ญ ร ษ สระอะ สระอิ สระโอ ไม้หันอากาศ

เลข 5 ฉ ฌ ณ น ม ห ฎ ฮ ฬ สระอึ

เลข 6 จ ล ว อ สระใอ

เลข 7 ซ ศ ส ไม้ตรี สระอี สระอือ

เลข 8 ผ ฝ พ ฟ ย ไม้ไต่คู้ ( ็ )

เลข 9 ฏ ฐ สระไอ การันต์


เลข 1 A I J Q Y

เลข 2 B K R

เลข 3 C G L S

เลข 4 D M T

เลข 5 E H N X

เลข 6 U V W

เลข 7 O Z

เลข 8 F P

เลข 9 ไม่มีตัวอักษร


ตัวอย่างชื่อ วโรตม์ พันทะวงศ์ แทนค่าชื่อ 6+4+4+3+5+9 = 31 สกุล 8+4+5+1+4+6+2+7+9 = 46

เมื่อนําชื่อ และนามสกุลมารวมกันได้เท่ากับ 31+46 = 77

จากนั้นจึงนําเลข 7+7 มาบวกกันได้เท่ากับ 15

และยังสามารถเอาตัวเลข 1+5 มาบวกกันได้อีกเพื่อให้เหลือเพียงหลักเดียวได้เท่ากับ 6

ในการทํานายจะใช้ตัวเลข 31, 77, 15 และ 6 มาใช้อ่านคําทํานาย และการดําเนินชีวิต เช่น หากพอใจในการดําเนินชีวิตตามคําทํานายของเลข 77, 15 และ 6 ก็ให้ใช้การลงนามที่มีทั้งชื่อและนามสกุลรวมกัน แต่ถ้าชอบการดําเนินชีวิตแบบคําทํานายของเลข 31 ก็ลงนามแต่ชื่อไม่ต้องใส่นามสกุล

สมมติใช้การลงนามที่มีทั้งชื่อและนามสกุล ให้สังเกตความเป็นไปในสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากเอกสารที่ได้ลงนามไป หรือ การดําเนินงานทุกๆ วันที่ 15 หรือวันที่ 6 จะได้รับผลดีจริงหรือไม่ และการที่อยู่ในบ้านเรือน ที่มีผลรวมของเลขเป็น 15 หรือ 6 จะมีผลอย่างไร การทํางานอยู่ในสถานที่เลข 15 หรือ 6 การทํางานอยู่ตึกชั้น 15 หรือ 6 ดังนี้เป็นต้น

ทั้งนี้สิ่งสําคัญที่สุดจะต้องประกอบกับดวงชะตาว่า ตามดวงชะตานั้นดาวเคราะห์ที่แทนความหมาย 15 หรือ 6 นั้นอยู่ในสภาพอย่างไร ถ้าอยู่ในตําแหน่งที่ดี จึงจะให้ผลดีจริง แต่หากอยู่ในตําแหน่งที่ไม่ดี ก็ไม่อาจที่จะรับผลดีตามที่คาดหวังไว้ จะเป็นได้ก็แต่เพียงความหวังเลือนรางคลาดเคลื่อนไปมาเท่านั้น

สรุป
- การดูดวงเป็นขั้นตอนแรกของการตั้งชื่อที่ถูกต้อง เพื่อค้นหาอักษรมากําหนดเป็นชื่อ สำหรับแก้ผลร้ายจากกาลกิณี เพราะเป็นสิ่งที่นักโหราศาสตร์ไทยกลัวกันมากมานานแล้ว
- เลขศาสตร์เอาไว้เป็นข้อสังเกต เลขที่ให้คุณตามดวงชะตาเท่านั้น ผมยังพบอีกว่าวิธีตั้งชื่อแบบเลขศาสตร์มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ กาลกิณีจากดาวเคราะห์ยังส่งผลร้าย แม้ในชื่อไม่มีอักษรกาลกิณีก็ตาม
- เลขทุกตัวมีความหมายสองด้านเสมอ ขึ้นกับดวงชะตาของแต่ละคนว่า เลขนั้นจะ "ดีหรือไม่ดี" สำหรับเขา ซึ่งต้องอ่านจากดวงชะตาของเขาเท่านั้น

เรื่องเข้าใจผิดที่ควรทราบ

ผีหลวง และหลาวเหล็ก ความจริงไม่เกี่ยวกับอักษร และการตั้งชื่อ แต่เป็นทิศต้องห้าม ในเวลาประกอบพิธีมงคล หรือออกเดินทางไปหาลาภผล และยกทัพยาตราพล

ชื่อของ"ผีหลวง และหลาวเหล็ก" นี้ฟังดูน่ากลัวมาก เลยถูกแอบอ้างใช้ให้คนตกใจกลัว

ยังมีชื่อของทิศที่ห้ามใช้อีกมาก หากเข้าใจผิด แล้วนำมาใช้ผิดประเภท แบบผีหลวงและหลาวเหล็ก จะไม่เหลืออักษรให้ตั้งชื่อเลย

รายละเอียดตามรูปด้านล่าง
ข้อมูลจากหนังสือ โหราศาสตร์ภาคนักษัตร(ฤกษ์)
แนวทางศึกษาโหราศาสตร์ ภาคสมบูรณ์
โดยอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร
อดีตอุปนายกฝ่ายวิชาการ ของสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ทิศผีหลวง-หลาวเหล็ก ถือกันมาก ไม่ว่าจะประกอบพิธีมงคล หรือจะออกเดินทางไปหาลาภ ยกทัพยาตราพล ต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้พ้น เพราะถือว่าเป็นทิศอัปมงคล

ตัวอย่างอีกเรื่องคือ การนำคำในพระพุทธศาสนามาใช้ ในเรื่องการตั้งชื่อเช่น "อายตนะ"โดยปราศจากหลักการทางโหราศาสตร์อย่างสิ้นเชิง

โดยปกติคำศัพท์ทางพุทธศาสตร์ และในตำราโหราศาสตร์ จะไม่เหมือนกัน

ตามหลักพุทธศาสนา อายตนะ (อ่านว่า อายะตะนะ) แปลว่า ที่เชื่อมต่อ, เครื่องติดต่อ หมายถึงสิ่งที่เป็นสื่อสำหรับติดต่อกัน ทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น แบ่งเป็น 2 อย่างคือ

อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เชื่อมต่อกับอายตนะภายนอก คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ เช่น รูปคู่กับตา หูคู่กับเสียง จมูกคู่กับกลิ่น ลิ้นคู่กับรส กายคู่กับโผฏฐัพพะ ใจคู่กับธรรมารมณ์
อายตนะภายนอกนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อารมณ์ เมื่อตาเห็นรูป เรียกว่า สัมผัส รู้ว่ามีการเห็น เรียกว่าวิญญาณ เกิดความรู้สึกขึ้นเมื่อตาเห็นรูป เรียกว่า เวทนา

เรื่องที่ใช้ผิดหลัก ขาดเหตุผล และการพิสูจน์แบบนี้ ยังมีอีกมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคสมัย โดยที่คนทั่วไปไม่ทราบความจริง และหลงเชื่อไปตามจิตวิทยา จากคำพูดที่นักเขียนชักจูงไป ทั้งนี้เพราะต้องการทำให้เกิดผู้บริโภค จึงสร้างปมเพื่อให้เกิดเงื่อนไขทางการตลาด

ดังนั้น ก่อนที่จะเชื่ออะไร โปรดใช้วิจารณญาณ

facebook twitter line.me google-plus linkedin whatsapp pinterest tumblr